ความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทางกายภาพ

     1) อุณหภูมิ   มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต   โดยเป็นปัจจัยในการควบคุมการเจริญเติบโต   การสืบพันธุ์และการแพร่กระจายของสิ่งมีชีวิต  นอกจากนี้อุณหภูมิยังมีผลทำให้สิ่งมีชีวิตมีการปรับตัวทางด้านโครงสร้าง เช่น การปรับตัวของหมีขั้วโลกหรือสัตว์ในเขตหนาวมีขนยาวปกคลุม มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังหนา   และการปรับตัวด้านพฤติกรรม เช่น การอพยพของนกปากห่างจากสภาพอุณหภูมิต่ำในทางตอนเหนือของทวีปเอเชียลงมาอยู่ทางตอนใต้ของทวีปเอเชียเป็นการชั่วคราว เพราะมีอุณหภูมิที่เหมาะสมว่า เป็นต้น

     2) แสง   มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ โดยเป็นปัจจัยจำกัดของพืช   โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชที่เจริญในระดับความลึกต่างกันในทะเล แสงมีผลต่อการสร้างอาหารของพืช มีผลต่อการสืบพันธุ์ของพืชและสัตว์บางชนิด เช่น สัตว์เลี้ยงลุกด้วยน้ำนมและนกในเขตอบอุ่นและเขตหนาว   ระบบสืบพันธุ์ของสัตว์พวกนี้จะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ได้รับแสงในแต่ละฤดู   โดยฤดูใบไม้ร่วงปริมาณแสงที่มีต่อวันลดลง   ทำให้สัตว์เลือดอุ่นมีการผลิตฮอร์โมนเพศที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์เพิ่มขึ้น  สัตว์เลือดอุ่นจะเริ่มมีการผสมพันธุ์ในฤดูใบไม้ร่วง และออกลูกในช่วงฤดูใบไม้ผลิเมื่ออุณหภูมิอุ่นขึ้นและอาหารอุดมสมบูรณ์   นอกจากนี้แสงยังมีผลต่อการเกิดพฤติกรรมต่างๆ เช่น การหุบและบานของดอกไม้ การออกหากินของสัตว์ เป็นต้น

     3) ความชื้น   คือ ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในสภาพแวดล้อมแต่ละแห่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศ เนื่องจากจากเป็นปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดสภาพแวดล้อม ความอุดมสมบูรณ์ ลักษณะ และชนิดของระบบนิเวศนั้นๆ   นอกจากนี้ความชื้นยังมีผลต่อการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตอีกด้วย เช่น  หนูแกงการู(kangaroo rat) เป็นสัตว์ที่พบอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปอเมริกาซึ่งเป็นทะเลทราย   พบว่าโดยปกติจะกินเมล็ดพืชที่แห้งเป็นอาหารเท่านั้นโดยไม่ได้ดื่มน้ำเลย   แต่ร่างกายสามารถปรับตัวให้มีชีวิตอยู่รอดได้โดยไม่ดื่มน้ำมาจากกระบวนการเมแทบอลิซึมของเซลล์   และมีการสูญเสียน้ำออกจากร่างกายน้อยมาก   โดยการระเหยของน้ำจะเกิดในระหว่างที่มีการเปลี่ยนแปลงแก๊สของร่างกายเท่านั้น   นอกจากนี้พบว่ามีสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายอีกหลายชนิดที่มีการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม

     4) แก๊ส  แก๊สที่สำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิต  ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และไนโตรเจน โดยเฉพาะแก๊สออกซิเจนมีความสำคัญในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิด   สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนบกจะได้รับแก๊สออกซิเจนอย่างพอเพียง   แต่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำแก๊สออกซิเจนจะเป็นปัจจัยจำกัดในการดำรงชีพที่สำคัญ

     –แก๊สออกซิเจนเป็นปัจจัยจำกัดต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอย่างไร
     –
จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงและการหายใจ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สออกซิเจนมีบทบาทอย่างไร
   แก๊สไนโตรเจนมีความสำคัญในระบบนิเวศอย่างไร

     5) ดิน   ดินเป็นที่อยู่อาศัยและให้แร่ธาตุแก่พืชและสัตว์องค์ประกอบสำคัญของดินคือ แร่ธาตุในดิน อากาศ ความชื้น และปริมาณสารอินทรีย์ในดิน ดังนั้นลักษณะของดินจึงมีอิทธิพลต่อพืชและสัตว์มาก  สัตว์ได้รับธาตุจากการบริโภคพืชหรือบริโภคแร่ธาตุจากดินโดยตรง เช่น สัตว์ป่าได้รับแร่ธาตุจากการกินดินโป่ง เป็นต้น

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทางชีวภาพ

      1. ภาวะพึ่งพา (Mutualism : +,+)หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยต่างก็ได้รับประโยชน์ซึ่งกันและกัน หากแยกกันอยู่จะไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ เช่น 
     – ไลเคนส์ (Lichens) : สาหร่ายอยู่ร่วมกับสาหร่าย สาหร่ายได้รับความชื้นและแร่ธาตุจากรา ราได้รับอาหารและออกซิเจนจากสาหร่าย

     -โพรโทซัวในลำไส้ปลวก : โพรโทซัวชนิด Trichonympha sp. ช่วยย่อยเซลลูโลสให้ปลวก ปลวกให้ที่อยู่อาศัย และอาหารแก่โพรโทซัว 

     – แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์ : แบคทีเรียชนิด Escherichia coli ช่วยย่อยกากอาหารและสร้างวิตามิน K , B ให้มนุษย์ ส่วนมนุษย์ให้ที่อยู่อาศัยและอาหารแก่แบคที่เรีย 

     2) ภาวะใต้ประโยชน์ร่วมกัน (Protocooperation : + ,+ ) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยก็ได้รับประโยชน์ซึ่งกันและกัน แม้แยกกันอยู่ก็สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ เช่น แมลงกับดอกไม้ : แมลงได้รับน้ำหวานจากดอกไม้ ส่วนดอกไม้ได้แมลงช่วยผสมเกสรทำให้แพร่พันธุ์ดีขึ้น

     3) ภาวะอิงอาศัยหรือภาวะเกื้อกูล (Commensalism : + , 0) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้และไม่เสียประโยชน์ เช่นปลาฉลามกับเหาฉลาม : เหาฉลามเกาะติดกับปลาฉลาม ได้เศษอาหารจากปลาฉลาม โดยปลาฉลามก็ไม่ได้และไม่เสียประโยชน์อะไร 

     4) ภาวะล่าเหยื่อ (Predation : + , -) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตโดยฝ่ายหนึ่งจับอีกฝ่ายหนึ่งเป็นอาหาร เรียกว่า ผู้ล่า (predator) ส่วนฝ่ายที่ถูกจับเป็นอาหารหรือถูกล่าเรียกว่า เหยื่อ (prey) เช่น เหยี่ยวกับหนู

     5) ภาวะปรสิต (Parasitism : + , -)หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ เรียกว่า ปรสิต (parasite) อีกฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์ เรียกว่า ผู้ถูกอาศัย (host) เช่น เห็บ เหา ไร หมัด บนร่างกายสัตว์ : ปรสิตภายนอก (ectoparasite) เหล่านี้ดูดเลือดจากร่างกายสัตว์จึงเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ ส่วนสัตว์เป็นฝ่ายเสียประโยชน์ 

     – พยาธิ ในร่างกายสัตว์ :ปรสิตภายใน (endoparasite) จะดูดสารอาหารจากร่างกายสัตว์จึงเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ ส่วนสัตว์เป็นฝ่ายเสียประโยชน์ 

     6) ภาวะแข่งขัน (Competition : – ,-)หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่มีการแย่งปัจจัยในการดำรงชีพเหมือนกันจึงทำให้เสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เช่น เสือ , สิงโต , สุนัขป่า แย่งชิงกันครอบครองที่อยู่อาศัยหรืออาหารพืชหลายชนิดที่เจริญอยู่ในบริเวณเดียวกัน เป็นต้น